ผมเคยอ่านหนังสือของ Toffler ชื่อ Revolutionary Wealth ที่พูดถึงความล่าช้าในการเปลี่ยนแปลงของสถาบันต่างๆ ในโลก ทำให้วิวัฒนาการของมนุษย์ชะลอตัว ซึ่งสถาบันด้านกฏหมายเป็นอะไรที่ปรับตัวช้าที่สุด แต่จีนกำลังแก้ไขปัญหาที่ต้นตอนี้ ซึ่งจะทำให้จีนเร่งความเร็วแซงสหรัฐได้ในเวลาไม่กี่ปี

ยกตัวอย่าง Self-driving car จีนถึงขนาดสร้างเมือง Xiongan ที่ออกแบบถนนสำหรับรถอัตโนมัติ เพื่อใช้เป็นแลปยักษ์สำหรับทดลอง self-driving car เลย เทียบกับสหรัฐที่ยังโดนพวกสหภาพรถบรรทุกออกมาต่อต้านการวิจัย self-driving car เราจะเห็นความแตกต่างที่มากจริงๆ

ข้อดี

ถ้าทำได้สำเร็จจะเป็นการเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจจีนให้กลายเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลกเลยทีเดียว
การลดอุบัติเหตุ
ประสิทธิภาพของระบบโลจิสติก
เพิ่มผลิตผล

ผลกระทบ

แต่อย่าลืมว่า ในทางกลับกัน economic shift นี้ก็จะก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างกับอุตสาหกรรมยานยนต์เดิม คนขับรถแทกซี่, รถบรรทุก อาจจะต้องตกงาน
อุตสาหกรรมใหญ่อย่างการซ่อมบำรุง ชิ้นส่วนยานยนต์ รวมถึงธุรกิจประกันภัย จะเริ่มจำเป็นน้อยลง (เพราะอุบัติเหตุลดลง) (และอันนี้ไม่ได้กระทบแค่จีนครับ ไทยที่เป็นประเทศผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์นี่แหละ จะกระทบแบบเลี่ยงไม่ได้เลย)

ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงจะต้องคิดเผื่อการ subsidise เพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมและประชาชนที่ต้องได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีด้วย (เช่น ฝึก skill งานด้านอื่นล่วงหน้า, ให้เงินสนับสนุน UBI ฯลฯ)

ถามให้ช่วยกันคิดนิดๆ จากทีม Moneynist
หลายอาชีพจะถูก Disrupt หากมี Self-Driving Car เราคิดกันเล่นๆ ว่า อาชีพที่เราทำอยู่จะโดน Disrupt มั้ย?
คิดว่าอีกกี่ปี Self-Driving Car จะกลายเป็น MainStream และหุ้นที่เราลงทุนอยู่ละจะรอดจากการ Disrupt มั้ย?

อยากอ่านบทความ Gossip เศรษฐกิจ แชร์ Moneynist ให้โลกรู้
เว็บไซต์ : https://moneynist.co

ขอบคุณบทความดีๆ จาก คุณ @Niran pravithana

Leave a comment